เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์ฝากภารกิจสองข้อ เพื่อช่วยศาสนจักรเติบโต

  • เอ็ลเดอร์เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์ ปราศรัยต่อสมาชิกกว่าสองพันคนที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในการประชุมพิเศษเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2015

  • เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์กับเอ็ลเดอร์กองให้การอบรมแก่ผู้นำฐานะปุโรหิตในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2015

  • การอบรมพิเศษภาคฐานะปุโรหิตจากเอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์ เอ็ลเดอร์กอง และเอ็ลเดอร์วิศิษฐ์

  • เอ็ลเดอร์วิศิษฐ์ คณาคำ เป็นผู้พูดในการประชุมพิเศษภาควันอาทิตย์

  • ผู้นำฐานะปุโรหิตจากทั่วประเทศเข้ารับการอบรมจากเอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์ในบ่ายวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม

  • คณะนักร้องได้รับคำชมอย่างมากจากเอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์สำหรับบทเพลงอันไพเราะในการประชุม

“เราต้องช่วยให้ศาสนจักรเติบโตด้วยการเตรียมคนให้ผู้สอนศาสนาสอน” และ “นี่คือเวลาที่เราต้องเตรียมรับพระวิหาร” คือภารกิจสองข้อที่เอ็ลเดอร์เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์ แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสองกระตุ้นวิสุทธิชนชาวไทยระหว่างการประชุมพิเศษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์เล่าถึงช่วงเวลาเมื่อท่านมีโอกาสพาหลานๆ  ไปเยี่ยมชมศูนย์นักท่องเที่ยวที่พาลไมราและมีผู้สอนศาสนาชาวไทยคนหนึ่งสอนหลานๆ ของท่านเกี่ยวกับโจเซฟ สมิธ  “เธอทำได้อย่างยอดเยี่ยม!” ท่านกล่าว  โดยครั้งนั้นท่านกับซิสเตอร์ฮอลแลนด์คอยช่วยดูแลให้หลานๆ ทุกคนตั้งใจฟัง  ท่านขอให้เราทำเช่นเดียวกัน ด้วยการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เตรียมคนให้ผู้สอนศาสนาที่รับใช้ในประเทศของเราสอน และช่วยเหลือพวกเขาให้ได้รับประสบการณ์ที่ดี  หากเราทำเช่นนี้ “เราจะมีหลายชั่วอายุคนที่รักงานสอนศาสนาและประสบความสำเร็จในการเป็นผู้สอนศาสนา”

“เราต้องมีความตั้งใจจริงที่จะไม่ทำให้พระผู้เป็นเจ้าขุ่นเคืองพระทัยจากการปฏิเสธของขวัญของพระองค์ นั่นคือ พระวิหาร” เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์กล่าวเตือนผู้เข้าร่วมประชุมกว่าสองพันคนในห้องประชุมของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชว่าหากเราไม่พร้อมรับพระวิหาร ย่อมเท่ากับเราปฏิเสธพระวิหาร และนั่นหมายถึงเราปฏิเสธผู้ที่ประทานพระวิหารให้แก่เราด้วย  “เพราะมนุษย์จะได้ประโยชน์อะไรเล่าหากของประทานประสาทให้แก่เขา, และเขาหารับของประทานนั้นไม่? ดูเถิด, เขาหาชื่นชมยินดีไม่ในสิ่งซึ่งให้แก่เขา, ทั้งไม่ชื่นชมยินดีในผู้ที่เป็นคนให้ของประทานนั้น.” (คพ. 88:33)  เราน้อมรับพระวิหารได้ด้วยการมีค่าควรเข้าพระวิหาร เตรียมผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่จะมาทำงานในพระวิหาร และเตรียมรายชื่อเพื่อประกอบศาสนพิธีในพระวิหาร 

ท่านกล่าวว่านี่คือวันที่ยิ่งใหญ่วันหนึ่งในชีวิตท่าน จากนั้นท่านเล่าเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในพระคัมภีร์คือช่วงเวลาที่พระเยซูคริสต์เสด็จมาเยี่ยมชาวนีไฟในทวีปอเมริกา  มีหลายอย่างเกิดขึ้นในวันนั้นต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ชาวนีไฟไม่ยอมกลับและวิงวอนขอให้พระองค์ทรงอยู่กับพวกเขาต่อ  พระองค์ทรงอยู่ให้พรพวกเขา และวันนั้นสิ้นสุดลงด้วยการให้พรเด็กๆ  พระอุทรของพระองค์เปี่ยมด้วยเมตตา “พระองค์จะทรงวางภาระงานบริหารจักรวาลทั้งหมดทั้งมวลและทุกสิ่งเพื่อให้พรเราแต่ละคน  เพียงแค่เราแสดงความปรารถนา  จงขอ และพระองค์จะทรงตอบรับ เช่นเดียวกับที่ทรงตอบรับชาวนีไฟ”

ในการประชุมทุกครั้ง ผู้นำจะพยายามสุดความสามารถเพื่อให้สมกับความไว้วางใจและความคาดหวังของสมาชิก  เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์ชื่นชมว่าการประชุมครั้งนี้ดีตั้งแต่ก่อนการประชุมเริ่มด้วยซ้ำ เพราะสมาชิกทุกท่านนำอิทธิพลของพระวิญญาณเข้ามาในการประชุม  “พึงระลึกเสมอว่าไม่ว่าท่านจะไปที่ใด พระวิญญาณจะอยู่ที่นั่น หากท่านต้องการ เช่นเดียวกับที่การประชุมนี้ ... อย่าดูถูกอิทธิพลของท่านในการเปลี่ยน แปลงโลก  ท่านสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกที่”

“เราสามารถเป็นเหมือนกับเปโตร ที่พระกิตติคุณเปลี่ยนแปลงเรา จนแม้แต่เงาของเราก็จะสามารถเป็นพรแก่ผู้อื่นได้”

 


 
ชีวประวัติเอ็ลเดอร์เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์
ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกโควรัมอัครสาวกสิบสองเมื่อปี 1994 ขณะนั้นท่านรับใช้เป็นสมาชิกโควรัมที่หนึ่งแห่งสาวกเจ็ดสิบ ซึ่งได้รับเรียกเมื่อปี 1989 
ตั้งแต่ปี 1980-1989 ท่านดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนที่เก้าของมหาวิทยาลัยบริคัมยังก์ในโพรโว ยูทาห์ ท่านเป็นอดีตกรรมาธิการการศึกษาของศาสนจักรและคณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษาที่บีวายยู 
ท่านเป็นผู้นำนักเรียนและนักกีฬาโรงเรียนที่โรงเรียนมัธยมดิกซี่และวิทยาลัยดิกซี่ที่บ้านเกิดในเซนต์จอร์จ ยูทาห์ ท่านจบปริญญาตรีสาขาภาษาอังกฤษและปริญญาโทสาขาศาสนศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริคัมยังก์  ท่านได้รับปริญญามหาบัณฑิตและปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านอเมริกันศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยล 
เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์ทำงานด้านการศึกษาก่อนได้รับเรียกให้รับใช้ในศาสนจักรเต็มเวลา ท่านเคยดำรงตำแหน่งประธานของ American Association of Presidents of Independent Colleges and Universities (AAPICU)  ท่านเคยอยู่ในคณะกรรมการบริหารของ National Association of Independent Colleges and Universities (NAICU) และเป็นสมาชิกของ National Collegiate Athletic Association's (NCAA) Presidents Commission  ในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างชาวคริสต์และชาวยิวท่านได้รับรางวัล Torch of Liberty จาก Anti-Defamation League of B'Nai B'rith  ท่านเคยทำหน้าที่ในคณะกรรมการบริหารของภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง  ได้รับรางวัล “Distinguished Eagle Scout” จาก Boy Scouts of America  ท่านเขียนหนังสือแปดเล่ม หนึ่งในนั้นท่านเขียนร่วมกับแพทริเซียภรรยา 
เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ.1940 เป็นบุตรของแฟรงก์ ดี. และอลิส เบ็นท์ลีย์ ฮอลแลนด์ ท่านแต่งงานกับแพทริเซีย เทอร์รีย์ เมื่อปี 1963 มีบุตรสามคน