นำวันสะบาโตเข้ามาในบ้านของเรา


แห่งสาวกเจ็ดสิบ

เมื่อเร็วๆ นี้เราได้รับคำแนะนำจากศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกของพระผู้เป็นเจ้าว่าการรักษาวันสะบาโตให้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่โบสถ์และในบ้านของเราจะเพิ่มศรัทธาของเราในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ พระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์ได้อย่างไร  โดยแท้แล้ว ผู้นำศาสนจักรเคยแนะนำเรื่องดังกล่าวในการวางแผนและการจัดการเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักร ควรแสวงหาคำแนะนำจากสมาชิกสภาวอร์ดเมื่อจะเตรียมการประชุมศีลระลึกในวันสะบาโตเพื่อช่วยให้สมาชิกมีประสบการณ์ทางวิญญาณ   การอบรมครั้งใหม่ของศาสนจักรเรื่อง “การสอนในวิธีของพระผู้ช่วยให้รอด”1 มีจุดมุ่งหมายเช่นกันว่าทุกชั้นเรียนที่สอนในวันสะบาโตจะได้รับการสอนจากพระวิญญาณเพื่อให้ได้หลักคำสอนอันบริสุทธิ์ของพระกิตติคุณ  การสอนในลักษณะนี้จะช่วยให้บุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้ามีศรัทธามากขึ้นในพระผู้ช่วยให้รอด ดังนั้น พวกเขาจึงเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น

นอกเหนือจากการที่ผู้นำของเราพยายามอย่างหนักในการเตรียมและการจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าการประชุมวันสะบาโตทั้งหมดเป็นประสบการณ์ทางวิญญาณ  เราในฐานะสมาชิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเช่นกันต่อการพากเพียรรักษาวันสะบาโตให้ศักดิ์สิทธิ์ในบ้านของเรา   เพื่อนำวันสะบาโตเข้ามาในบ้าน เราต้องให้การชดใช้ของพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางของชีวิตเรา  ถ้าการชดใช้ของพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางของชีวิตเรา เราจะให้ศีลระลึกเป็นศูนย์กลางของชีวิตเราเช่นกัน ซึ่งคือสัญลักษณ์แห่งการชดใช้ของพระเยซูคริสต์  เราเรียนรู้จากพระคัมภีร์ว่าเราควรเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมศีลระลึกด้วยใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิด “ดังนั้น, การไถ่เกิดขึ้นโดยและผ่านพระเมสสิยาห์ผู้บริสุทธิ์ …  ดูเถิด, พระองค์ทรงพลีพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาทดแทนบาป, เพื่อสนองตอบเจตนารมณ์ของกฎ, ให้คนทั้งปวงผู้มีใจชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิด; และจะสนองตอบเจตนารมณ์ของกฎให้ใครอีกไม่ได้เลย.”2

เพื่อจะรับส่วนศีลระลึกด้วย “ใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิด” เราต้องเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการประชุมศีลระลึกจะมาถึง  ทุกสัปดาห์ เราแต่ละคนมีประสบการณ์ในชีวิตที่ทำให้เราหันเหไปจากคำสอนของพระผู้ช่วยให้รอด  ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ในคืนวันเสาร์ ก่อนจะถึงวันสะบาโต เราดูแลกิจธุระทั้งหมดของเราล่วงหน้า  ดังที่บันทึกไว้ในหลักคำสอนและพันธสัญญา สิ่งนี้ควรประกอบด้วย “(การ) เตรียมไว้ด้วยใจมุ่งอย่างเดียว”3 เราไม่ควรยอมให้รายการโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ตเข้ามาแทรกแซงการเตรียมตัวของเรา โดยวางแผนที่จะปิดอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ล่วงหน้าไม่ใช่ภายหลัง  เพื่อจะเตรียมรับวันสะบาโต เราควรเตรียมใจเราและอาหารที่เราต้องการในวันนั้นล่วงหน้า  เราควรจัดเวลาบางส่วนให้พระคัมภีร์และเพลงสวดเช่นกัน ผ่อนจังหวะชีวิตของเราให้ช้าลงเพื่อจิตใจเราจะได้สงบ  เราควรเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นแต่เช้าตรู่ในเช้าวันอาทิตย์ “…จงเข้านอนแต่หัวค่ำ, เพื่อเจ้าจะไม่เหนื่อยอ่อน; ตื่นแต่เช้า, เพื่อร่างกายเจ้าและความคิดเจ้าจะกระปรี้กระเปร่า.”4       

เมื่อวันอาทิตย์มาถึง เราควรเตรียมสิ่งจำเป็นทุกอย่างให้พร้อม เราไม่ควรเร่งรีบ  เราควรไปโบสถ์อย่างสงบและมาถึงล่วงหน้านานพอที่จะหาที่นั่งก่อนเริ่มการประชุมศีลระลึก ทั้งนี้เพื่อเราจะได้เตรียมรับส่วนศีลระลึกขณะที่เราตั้งใจฟังเพลงก่อนการประชุมศีลระลึก ระหว่างการปฏิบัติศีลระลึก เราควรให้ความคิดของเรามุ่งไปที่การชดใช้และการพลีพระชนม์ชีพของพระผู้ช่วยให้รอด  เราควรพยายามเข้าใจอย่างแท้จริงถึงการเสียสละอันสำคัญยิ่งของพระผู้ช่วยให้รอด  การชดใช้ของพระองค์และการสื่อสารของเรากับพระองค์  นอกจากนั้น เราควรระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลาและตั้งใจจริงยิ่งกว่าเดิมในการรักษาพระบัญญัติของพระองค์เพื่อราจะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับเราตลอดเวลา  ขณะที่เราเตรียมพร้อมเพื่อรับส่วนศีลระลึกในลักษณะนี้  ขอให้เราทบทวนพันธสัญญาบัพติศมาของเรา เพื่อเราจะสะอาดอีกครั้งและเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น  ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราเริ่มต้นใหม่จากความท้อถอยที่เราทนทุกข์ในชีวิตและเตรียมเราให้มีพลังและความกล้าหาญเพื่อจะพร้อมเผชิญความท้าทายเหล่านั้นที่อยู่ตรงหน้าเราในสัปดาห์ต่อไป

ประสบการณ์อันยอดเยี่ยมเช่นนั้นไม่ควรเป็นแค่ช่วงการประชุมสามชั่วโมงและจบเมื่อเรากลับบ้าน  เราได้รับการเชื้อเชิญให้รักษาวันสะบาโตให้ศักดิ์สิทธิ์ในบ้านของเรา ทั้งนี้เพื่อวันสะบาโตทั้งวันจะเป็นวันชื่นชมยินดี  เพื่อให้แน่ใจว่าพระกิตติคุณได้ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น องค์ประกอบสำคัญคือการศึกษาและการปฏิบัติตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์  ด้วยเหตุนี้ วันสะบาโตจึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการปฏิบัติตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์และเราควรปรับกิจธุระของครอบครัวเราเพื่อให้การถือปฏิบัติวันสะบาโตในบ้านของเราเป็นสิ่งที่ “ชื่นชมยินดี”   

เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. บัลลาร์ดพูดเกี่ยวกับสภาครอบครัวในการประชุมใหญ่สามัญเดือนเมษายน 2016  ท่านกล่าวว่า “ท่านอาจต้องการพิจารณาจัดสภาครอบครัวใหญ่ในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ ครอบครัวสามารถทบทวนสัปดาห์ที่ผ่านมาและวางแผนสำหรับสัปดาห์ที่จะมาถึง นี่อาจเป็นสิ่งที่ครอบครัวท่านต้องการเพื่อช่วยทำให้วันสะบาโตเป็นประสบการณ์ที่น่าชื่นชมยินดี”5  ถึงแม้ศาสนจักรไม่ได้วางกฎระเบียบที่บ่งชี้ว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำในวันสะบาโต แต่สภาครอบครัวสามารถเปิดโอกาสสนทนาในหมู่สมาชิกครอบครัว  เมื่อเราเข้าใจว่าเป้าหมายของวันสะบาโตคือเพื่อ “รักษาตัว [เรา] ให้หมดจดจากโลก”6  เราสามารถจัดให้มีการสนทนาในสภาครอบครัวถึงการมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อที่วิญญาณแห่งการนมัสการวันสะบาโตจะเบ่งบานในบ้านของเรา

ในวันสะบาโต ขณะที่เราสอนและปฏิบัติตามความจริงแห่งพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ในบ้าน เราควรเชื่อมโยงวิธีการต่างๆ ที่มีความหมายและคำสอนของศาสนจักรเข้าด้วยกัน  เราสามารถจัดให้สมาชิกครอบครัวไปช่วยเพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ  การรับใช้ผู้อื่นช่วยให้เราฝึกฝนพฤติกรรมที่บ่งบอกอุปนิสัยสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์  การรับใช้เช่นนั้นสามารถเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก เช่นการไปเยี่ยมผู้ป่วยหรือคนอ้างว้าง เขียนจดหมายถึงผู้สอนศาสนาหรือสมาชิกครอบครัวที่อยู่ห่างไกล  เราสามารถทำงานร่วมกันเป็นครอบครัวด้านงานสืบลำดับเชื้อสายบรรพชนของเราเพื่อให้อนุชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ที่ล่วงลับไปก่อนหน้านี้ และ “หันใจลูกหลานมาหาบรรพบุรุษ”7  โดยผ่านประวัติครอบครัวพวกเขาจะเรียนรู้เกี่ยวกับต้นตระกูลของพวกเขาและเตรียมประกอบศาสนพิธีแห่งความรอดแทนบรรพชนในพระวิหารเพื่อ “หันใจบรรพบุรุษมาหาลูกหลาน”8 … โดยแท้แล้ว มีหลายวิธีที่เราสามารถขยายประสบการณ์อันยอดเยี่ยมของเราในการรับส่วนศีลระลึกที่โบสถ์

ข้าพเจ้าจำได้ว่าข้าพเจ้ารับคำสอนเหล่านี้สมัยที่ยังโสด  ข้าพเจ้าจะออกไปหาที่หลบมุมในบริเวณมหาวิทยาลัยหลังโบสถ์เลิก ที่นั่น ข้าพเจ้าจะรับประทานอาหารที่ข้าพเจ้าเตรียมมาล่วงหน้าและไตร่ตรองคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ยินที่โบสถ์  ข้าพเจ้ามีตารางเวลาที่กำหนดไว้เป็นประจำเช่นกันในการไปเยี่ยมอดีตเพื่อนทหารของคุณพ่อที่เคยประจำการด้วยกันในกองทัพ  เขาเป็นชายโสด ข้าพเจ้าไปอยู่กับเขา พูดคุยกับเขา  ปัจจุบัน ครอบครัวของเราพยายามฟังคำแนะนำของศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกโดยพากเพียรทำให้วันสะบาโตของเราเป็นวันชื่นชมยินดี  เราช่วยกันเตรียมอาหารและสนทนาเรื่องพระกิตติคุณด้วยกัน  ข้าพเจ้าถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นบางช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตข้าพเจ้า


ข้าพเจ้าทราบว่าเมื่อผู้นำของศาสนจักรและครอบครัวทำงานร่วมกัน เราจะได้รับพรแห่งวันสะบาโต  ศรัทธาของเราในพระบิดาบนสวรรค์และพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์จะเพิ่มพูนเช่นกันและจะเตรียมเราให้กลับไปอยู่ในที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์  ข้าพเจ้าสำนึกคุณที่เราสามารถมีพระกิตติคุณในชีวิตเราและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าสำนึกคุณสำหรับการชดใช้ของพระเยซูคริสต์  ข้าพเจ้าทราบว่านี่คือความจริงและข้าพเจ้าฝากประจักษ์พยานของข้าพเจ้าไว้กับท่าน ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน ■

 

อ้างอิง

1  ดู https://www.lds.org/manual/teaching-in-the-saviors-way?lang=eng​.
2  ดู 2 นีไฟ 2:6-7
3  ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 59:13; เน้นตัวเอน
4  ดู คพ. 88:124
5  ดู เอ็ม. รัสเซลล์ บัลลาร์ด, “สภาครอบครัว,” เลียโฮนา, พ.ค. 2016, 64.
6  ดู หลักคำสอนและพันธศัญญา 59:9; เน้นตัวเอน
7  ดู, ตัวอย่างเช่น, มาลาคี 4:6; หลักคำสอนและพันธสัญญา 98:16; 3 นีไฟ 25:6.
8  Ibid.