อัญเชิญพระวิญญาณเข้ามาในชีวิตเรา


แห่งสาวกเจ็ดสิบ

เช้าวันหนึ่ง หลังจากข้าพเจ้าส่งลูกชายไปเรียนเซมินารีและกำลังขับรถกลับบ้าน มีควันคลุ้งออกมาจากกระโปรงหน้ารถ ข้าพเจ้าอยู่บนถนนขึ้นเขาสองเลน ไม่มีที่ให้ข้าพเจ้าจอดรถและอีกไม่นานก็จะมีรถยนต์และรถประจำทางสัญจรไปมาเต็มถนน ข้าพเจ้ารู้ว่าหากรถเสียบนถนนเส้นนี้ จะก่อให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างร้ายแรงในช่วงเวลาที่พลุกพล่านที่สุดของวันและสุดวิสัยที่รถลากจะเข้ามาถึงข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าต้องตัดสินใจว่าจะจอดรถตรงนั้นและรอความช่วยเหลือ หรือจะขับต่อไปข้างหน้าหรือเลี้ยวกลับโดยที่ไม่รู้ว่ารถจะไปได้อีกไกลแค่ไหน

ในการเดินทางของชีวิตเรา เราจะเผชิญกับความท้าทายที่คาดไม่ถึงและการตัดสินใจที่ยากเย็น ทางเลือกของเราดูเหมือนจะมีไม่มากนักอีกทั้งไร้วี่แววคำตอบที่ถูกต้อง ในฐานะสานุศิษย์ของพระผู้ช่วยให้รอด เราสบายใจเมื่อรู้ว่าตลอดชีวิตเรา โดยเฉพาะช่วงเวลาคับขัน “[พระองค์] จะไม่ละทิ้ง [เรา] ไว้ให้เป็นลูกกำพร้า”1 และเราไม่จำเป็นต้อง “ให้ใจ [ของเรา] เป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย”2 การปลอบโยนนี้ คือสันติสุขและความมั่นใจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานแก่เรา พระองค์ผู้ทรงเป็นเพื่อนที่ยั่งยืนแก่คนทั้งปวงที่มีค่าควร

เรารับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยการวางมือหลังจากรับบัพติศมาเมื่อเราได้รับการยืนยันเป็นสมาชิกของศาสนจักร เอ็ลเดอร์เดวิด เอ. เบดนาร์แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสองสอนว่า

“เมื่อเรารับศาสนพิธีนี้ เราทุกคนยอมรับความรับผิดชอบอันศักดิ์สิทธิ์และต่อเนื่องที่จะปรารถนาแสวงหา ทำงาน และดำเนินชีวิตมีค่าควรในแบบที่เรา ‘รับพระวิญญาณบริสุทธิ์’ อย่างแท้จริงและของประทานทางวิญญาณที่ควบคู่กับสิ่งนี้ ‘เพราะมนุษย์จะได้ประโยชน์อะไรเล่าหากของประทานประสาทให้แก่เขา, และเขาหารับของประทานนั้นไม่? ดูเถิด, เขาหาชื่นชมยินดีไม่ในสิ่งซึ่งให้แก่เขา, ทั้งไม่ชื่นชมยินดีในผู้ที่เป็นคนให้ของประทานนั้น’ (คพ. 88:33)”3

ความเป็นเพื่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์เกิดขึ้นเมื่อเราเชื้อเชิญพระองค์เข้ามาในชีวิตเราอย่างสม่ำเสมอ

พระคัมภีร์มีตัวอย่างของพรพิเศษที่มาหลังจากเราเชื้อเชิญเท่านั้น ในพระคัมภีร์ไบเบิล หลังจากพระผู้ช่วยให้รอดผู้ฟื้นคืนพระชนม์ทรงสนทนากับสานุศิษย์สองคนของพระองค์บนถนนสู่เอมมาอูส พระองค์ทรงเปิดเผยพระอัตลักษณ์ที่แท้จริงหลังจากพวกเขาเชื้อเชิญพระองค์โดยกล่าวว่า “เชิญท่านมาพักด้วยกันเถิด เพราะจวนจะค่ำและใกล้จะหมดวันอยู่แล้ว พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักอยู่กับเขา… ตาของเขาทั้งสองก็เปิดออกและเขาก็จำพระองค์ได้”4 ในพระคัมภีร์มอรมอนบันทึกเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงปรากฏต่อผู้คนและการปฏิบัติศาสนกิจอันน่าอัศจรรย์ต่อผู้ป่วยและเด็กๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพระเจ้า “ทอดพระเนตรฝูงชนโดยรอบอีก, และทรงเห็นพวกเขาน้ำตาไหล, และได้เพ่งดูพระองค์ราวกับว่าจะทูลขอให้พระองค์คงอยู่กับพวกเขาอีกสักเล็กน้อย”5

เราอัญเชิญและรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตเราอย่างไร ขอให้เราไตร่ตรองคำถามต่อไปนี้เป็นส่วนตัวและเป็นครอบครัว

  • เราเตรียมรับพันธสัญญาและรักษาพันธสัญญานั้นอย่างไร

  • เราจะทำให้การสวดอ้อนวอนส่วนตัวและการสวดอ้อนวอนเป็นครอบครัวเชื้อเชิญพระวิญญาณมากขึ้นได้อย่างไร

  • เรากระทำตามความรู้สึกที่ได้รับเมื่อเราค้นหาพระคัมภีร์อย่างขยันหมั่นเพียรหรือไม่

  • เราปกป้องความคิด การกระทำ และภาษาของเราอย่างไรในโลกที่ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันกับเรา

  • เราเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพใดได้บ้าง

  • เราจะนมัสการในบ้านของเรา ที่พระวิหารและที่โบสถ์อย่างมีความหมายและด้วยความยินดีได้อย่างไร

ขณะที่เราพยายามอัญเชิญและรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ อิทธิพลของพระองค์จะแผ่ซ่านในชีวิตเรา

ในเช้าวันนั้นบนถนนขึ้นเขา ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอการนำทาง แม้จะท้อแท้สิ้นหวังในเวลานั้น แต่ข้าพเจ้าได้รับความสงบและความกระจ่างชัดซึ่งทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าต้องขับรถต่อไปข้างหน้าสู่ถนนที่กว้างกว่าที่ข้าพเจ้าจะจอดขอความช่วยเหลือได้ ขณะข้าพเจ้าขับรถไป ควันเริ่มคลุ้งออกมามากขึ้นและรถเริ่มเสียพลังงาน ณ จุดนั้นที่รู้สึกเหมือนว่ารถจะไปต่อไม่ได้แล้ว ถนนเริ่มเป็นทางลงเขาและข้าพเจ้าสามารถแล่นลงไปถึงถนนใหญ่ ข้าพเจ้าจอดรถอย่างนุ่มนวลตรงทางเข้าสถานีดับเพลิงซึ่งพอดีกับที่รถข้าพเจ้าหยุดทำงาน ข้าพเจ้าขอบพระทัยสำหรับสันติสุข ความกระจ่างชัดและความมั่นใจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสอันเปี่ยมปีตินี้ ขอให้เราเลือกเข้าใกล้พระผู้ช่วยให้รอดมากขึ้นโดยอัญเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิตเรา ขอให้เราเชื้อเชิญผู้อื่นมารับส่วนของสิทธิพิเศษเดียวกันนี้เพื่อพระวิญญาณของพระเจ้าจะ “ทรงนำ [เรา] ไปในวิถีแห่งปัญญาเพื่อ [เรา] จะได้รับพร, ความรุ่งเรือง, และการปกปักรักษา”6 ตลอดชีวิตของเรา

 

อ้างอิง

1 ดู ยอห์น 14:18
2 ดู ยอห์น 14:27
3 ดู เอ็ลเดอร์เดวิด เอ. เบดนาร์, “ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์,” เลียโฮนา, พฤศจิกายน 2010, 120
4 ดู ลูกา 24:29-31
5 3 นีไฟ 17:5
6 ดู โมไซยาห์ 2:36