ข้ามการนำทางหลัก

การเป็นสานุศิษย์ของพระคริสต์

การเลี้ยงดูบุตรโดยมีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง

ในช่วงเดือนธันวาคม ชาวคริสต์ทั่วโลกเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์  แม้กระทั่งประเทศในเอเชียที่ไม่มีชาวคริสต์อยู่มากนัก เราก็เห็นการประดับไฟและคำอวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาส อย่างไรก็ตามหลายคนมีความรู้เพียงน้อยนิดถึงความสำคัญของการประสูติ พระชนม์ชีพ และการปฏิบัติศาสนกิจของพระผู้ช่วยให้รอดของโลก พระเมสสิยาห์ พระเยซูคริสต์

เราทั้งหลายผู้มาหาพระคริสต์และรับศาสนพิธีบัพติศมา ทำพันธสัญญาว่าจะยืนเป็นพยานถึงพระองค์ “ทุกเวลาและในทุกสิ่ง, และในทุกแห่งที่ท่านอยู่” (โมไซยาห์ 18:9)  ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและตลอดทั้งปี ข้าพเจ้าเชื้อเชิญให้ท่านพิจารณาถึงความเป็นสานุศิษย์ของตนเองและวิธีที่ท่านจะเป็นพยานที่ดีขึ้นถึงพระบิดาบนสวรรค์และพระบุตรของพระองค์ 

พยายามเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น

ผู้ติดตามพระคริสต์ที่แท้จริงพยายามอยู่เสมอที่จะเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น  โดยผ่านการศึกษาพระชนม์ชีพของพระองค์ดังที่อธิบายไว้ในพระคัมภีร์ เราเรียนรู้พระคุณลักษณะของพระองค์ วิธีที่พระองค์ทรงกระทำในสภาวการณ์ต่างๆ ความปรารถนาอันชัดเจนและไม่หวั่นไหวของพระองค์คือการทำตามพระประสงค์แห่งพระบิดาของพระองค์เสมอ   

พระเยซูตรัสว่า “ใครที่มีบัญญัติของเราและประพฤติตามบัญญัติเหล่านั้น  คนนั้นเป็นคนที่รักเรา...”  (ยอห์น 14:21) ความเป็นสานุศิษย์และความรักที่เรามีต่อพระเยซูแสดงให้เห็นผ่านความซื่อสัตย์ในการรักษาพระบัญญัติของพระองค์ ขณะที่เราพยายามเป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดมากขึ้น ผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติคือเราจะรักพระองค์มากขึ้นและปรารถนาจะทำทุกสิ่งตามพระประสงค์ของพระบิดา 

จงเป็นแบบอย่างของผู้เชื่อ

สมัยข้าพเจ้ารับใช้เป็นประธานคณะเผยแผ่ในอินเดีย ข้าพเจ้ากับซิสเตอร์ฟังก์สังเกตเห็นประเพณีที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่ง  ในช่วงเดือนธันวาคม ชาวคริสต์หลายคนติดโคมไฟรูปดาวตรงหน้าต่างหรือหน้าบ้านของพวกเขา นั่นเป็นวิธีที่แสดงต่อผู้อื่นในช่วงเวลานั้นว่าพวกเขาเป็นผู้ติดตามพระคริสต์  ดูเหมือนเป็นวิธีซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาได้ติดตามดวงดาวและพบพระเยซูเหมือนกับคนเลี้ยงแกะในสมัยโบราณ ในบางประเทศและบางวัฒนธรรมของภาคเอเชีย การประดับดาวไว้ตรงหน้าต่างบ้านของเราอาจเป็นการไม่สมควร  อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนแสงสว่างแห่งศรัทธาซึ่งสะท้อนอยู่ในสีหน้าและแบบอย่างอันดีงามของเราจะเป็นมาตรฐานให้ผู้อื่นทำตามเมื่อพวกเขาเห็นเรา     

ในพระคัมภีร์ยุคสุดท้าย พระเจ้าประทานคำแนะนำแก่เราผู้เป็นสมาชิกของศาสนจักรว่า “จงลุกขึ้นและฉายส่องออกไป, เพื่อแสงสว่างของเจ้าจะเป็นธงให้ประชาชาติ”  (คพ. 115:5)   ความเมตตา ความซื่อสัตย์สุจริต การรับใช้ของเราจะทำให้ผู้อื่นเข้ามาหาแหล่งที่มาของคุณความดีของเรา “จงเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้เชื่อ ทั้งในด้านวาจาและการประพฤติ ทั้งในด้านความรัก ความเชื่อและความบริสุทธิ์” (1 ทิโมธี 4:12)

ค้นหาสันติสุขและรู้สึกสำนึกคุณต่อแผนแห่งความสุข

อดีตผู้สอนศาสนาอาวุโสคนหนึ่งในภาคของเราดูเหมือนว่าจะรู้สึกขอบคุณและมีความสุขอยู่เสมอ  เขามีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ แต่เขารับใช้อย่างดี  เมื่อใดก็ตามที่ข้าพเจ้าถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง เขาตอบโดยสะท้อนให้เห็นถึงปีติที่เขามี  ครั้งหนึ่งคำตอบของเขาช่วยให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมีความสุขอยู่เสมอ  เขาพูดอย่างจริงใจว่า “ผมคิดว่าผมคงเป็นบุตรคนโปรดของพระบิดาบนสวรรค์  พระองค์ประทานพรแก่ผมมากขึ้นเรื่อยๆ  ผมไม่ทราบว่าทำไมพระองค์ทรงรักผมมากขนาดนี้”

พระบิดาบนสวรรค์ทรงรักเราแต่ละคนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้   ในชีวิตก่อนมรรตัย เรารู้จักพระองค์และรักพระองค์  เราวางใจในแผนซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้เรา ศูนย์กลางของแผนคือการชดใช้ของพระเยซูคริสต์  เมื่ออาดัมกับเอวาเรียนรู้แผนนี้พวกเขารู้สึกปีติยินดีอย่างยิ่งและสอนแผนนี้ให้แก่บุตรธิดาของพวกเขา (ดู โมเสส 5:10-12)  ปัจจุบัน เรารู้สึกถึงปีติเช่นเดียวกันนี้เมื่อเราเข้าใจแผนและทำตามพระผู้ช่วยให้รอด ดังที่ประธานอุคท์ดอร์ฟเป็นพยานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ผู้ที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นโดยแสดงความรักความห่วงใยทีละเล็กทีละน้อย และผู้พยายามดำเนินชีวิตให้มีความสุข น่าพอใจ และสงบสุขในการเป็นสานุศิษย์ของพระเยซูคริสต์คือผู้ที่จะพบปีติในท้ายที่สุด” 1

เนื่องในเทศกาลคริสต์มาสนี้และตลอดทั้งปี ขอให้เราพร้อมใจกันน้อมถวายของขวัญแด่พระผู้ช่วยให้รอด ของขวัญซึ่งพระองค์ทรงปรารถนาที่สุด นั่นคือ – ความเต็มใจของเราในการติดตามพระองค์  เมื่อเราทำเช่นนี้ เราจะเป็นแสงสว่างแก่ผู้อื่น และแม้ในยามยากลำบากหรือทุกข์ยาก เราจะรู้สึกถึงสันติสุขและปีติอันเกิดจากความรู้และความไว้วางใจในแผนอันสำคัญยิ่งแห่งความสุข 

อ้างอิง

1 ดีเทอร์ เอฟ. อุคท์ดอร์ฟ, “ชีวิตของสานุศิษย์,” เลียโฮนา, สิงหาคม 2017, 5.