สมอที่ยึดไว้อย่างมั่นคง

    สมอที่ยึดไว้อย่างมั่นคง

    เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้ามีโอกาสล่องเรือลำาใหญ่ไปตามชายฝั่งทะเลอันน่าอัศจรรย์ของอะแลสกา สหรัฐอเมริกา ขณะกัปตันเตรียมความพร้อมสำหรับการจอดเรือค้างแรมในอ่าวที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่เคยมีใครย่างกราย เขาประเมินสถานการณ์และสถานที่อย่างรอบคอบ เช่น การขึ้นลงของกระแสน้ำ ความลึกของน้ำ และระยะห่างจากสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตราย เมื่อพอใจแล้ว เขาจึงทอดสมอเพื่อยึดเรือไว้ให้จอดอย่างมั่นคงปลอดภัย โดยปล่อยให้ผู้โดยสารมีโอกาสชื่นชมกับความงามอันน่าประทับใจในงานสร้างของพระผู้เป็นเจ้า

    ขณะมองไปที่แนวชายฝั่ง ข้าพเจ้าเริ่มตระหนักว่าเรือโคลงเล็กน้อยเมื่อลมและกระแสน้ำพัดมาเบา ๆ กระนั้นเรือก็ยังจอดอยู่อย่างมั่นคงตลอดเวลาภายในวงล้อมที่กำหนดไว้ด้วยความยาวของเชือกสมอและความแข็งแรงของสมอ

    กัปตันไม่ได้เก็บสมอไว้บนเรือเพื่อเตรียมไว้หย่อนลงไปก็ต่อเมื่อในยามที่พายุมา แต่เขาทอดสมอเรือเพื่อเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เรือลอยไปยังผืนน้ำอันตรายหรือค่อย ๆ ลอยไปเกยตื้นขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือรู้สึกปลอดภัย

    ขณะกำลังใคร่ครวญภาพที่เห็น ข้าพเจ้ารู้สึกว่าถ้าเรื่องนี้นำไปเล่าเป็นอุปมาสอนใจไม่ได้ ข้าพเจ้าก็คงไม่มีวันได้ขับเครื่องบินเป็นแน่

    เหตุใดเราจึงต้องมีสมอ

    จุดประสงค์ของสมอคือเพื่อให้เรือปลอดภัยและยึดแน่นอยู่ตรงจุดที่เราต้องการ หรือช่วยควบคุมเรือช่วงสภาพอากาศไม่ดี อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์สำคัญยิ่งเหล่านี้ การมีสมอเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่สมอนั้นต้องมั่นคง ไว้ใจได้ และใช้อย่างเหมาะสมในเวลาและสถานที่ซึ่งถูกต้อง

    บุคคลและครอบครัวต้องมีสมอเช่นกันปฏิปักษ์อาจมาในลักษณะพายุใหญ่ที่จะพัดพาเราออกนอกเส้นทางและคุกคามเพื่อเหวี่ยงเราไปชนโขดหิน แต่บางครั้งเราก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นกันเมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะปลอดภัย—ลมโชยอ่อนๆ และผิวน้ำราบเรียบ อันที่จริง เราอาจตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวงเมื่อเรากำลังสั่นไหวเล็กน้อยจนเราแทบไม่สังเกตเห็น

    พระกิตติคุณเป็นสมอของเรา

    สมอต้องมั่นคง แข็งแรง และได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพดีเพื่อให้พร้อมใช้เมื่อจำเป็น นอกจากนี้ สมอต้องยึดอยู่กับรากฐานที่สามารถทานน้ำหนักของแรงต้านได้

    แน่นอนว่าพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เป็นสมอเช่นนั้นเพราะพระผู้สร้างของจักรวาลทรงจัดเตรียมให้เพื่อจุดประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์และออกแบบมาเพื่อให้ความปลอดภัยและการนำทางแก่บุตรธิดาของพระองค์

    ในที่สุดแล้ว พระกิตติคุณคืออะไร นอกเหนือจากแผนของพระผู้เป็นเจ้าที่จะไถ่บุตรธิดาและนำพวกเขากลับไปสู่ที่ประทับของพระองค์

    เมื่อรู้ว่าเป็นธรรมชาติวิสัยที่ทุกสิ่งจะลอย เราต้องยึดสมอของเราไว้อย่างมั่นคงกับรากฐานความจริงของพระกิตติคุณ สมอของเราต้องไม่ทอดลงบนผืนทรายแห่งความจองหองหรือสัมผัสอยู่เพียงพื้นผิวแห่งความเชื่อมั่นของเราเท่านั้น

    เดือนนี้เรามีโอกาสได้ยินถ้อยคำจากผู้รับใช้ของพระผู้เป็นเจ้า ในการประชุมใหญ่สามัญของศาสนจักร ถ้อยคำของท่านเหล่านั้น บวกกับพระคัมภีร์และการกระตุ้นเตือนของพระวิญญาณ ให้รากฐานอันมั่นคงปลอดภัยของคุณค่าและหลักธรรมนิรันดร์ที่เราจะใช้ยึดสมอได้ เพื่อให้เรายังคงแน่วแน่และปลอดภัยท่ามกลางการต่อสู้ดิ้นรนและการทดลองของชีวิตศาสดาพยากรณ์ฮีลามันในสมัยโบราณสอนว่า “บนศิลาของพระผู้ไถ่ของเรา, ผู้ทรงเป็นพระคริสต์, พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า, ที่ลูกต้องสร้างรากฐานของลูก; เพื่อเมื่อมารจะส่งลมอันมีกำลังแรงของเขามา, แท้จริงแล้ว, ลูกศรของเขาในลมหมุน, แท้จริงแล้ว, เมื่อลูกเห็บของเขาและพายุอันมีกำลังแรงของเขาทั้งหมดจะกระหน่ำมาบนลูก, มันจะไม่มีพลังเหนือลูกเพื่อลากเอาลูกลงไปสู่ห้วงแห่งความเศร้าหมองและวิบัติอันหาได้สิ้นสุดไม่, เพราะศิลาซึ่งบนนั้นลูกได้รับการสร้างขึ้น, ซึ่งเป็นรากฐานอันแน่นอน, รากฐานซึ่งหากมนุษย์จะสร้างบนนั้นแล้วพวกเขาจะตกไม่ได้” (ฮีลามัน 5:12)

    คุณค่าของสมอที่ยึดไว้อย่างมั่นคง

    ชีวิตมีวิธีทดสอบสมอของเราและล่อลวงให้เราพลัดออกนอกทาง กระนั้นก็ตาม หากสมอของเราทอดอยู่ในศิลาแห่งพระผู้ไถ่ของเรา สมอเหล่านั้นจะยึดแน่น—ไม่ว่ากำลังลม ความเชี่ยวของกระแสน้ำ หรือความสูงของคลื่นจะเป็นอย่างไร

    แน่นอนว่าเรือไม่ได้ออกแบบมาพื่อจอดไว้ที่ท่าเรือ แต่ออกแบบมาเพื่อยกสมอขึ้นและล่องไปในทะเลแห่งชีวิต ทว่านั่นเป็นอุปมาสำหรับช่วงเวลาอื่น

    แต่สำหรับแวลานี้ ข้าพเจ้าสบายใจที่ทราบว่าสมอแห่งพระกิตติคุณและศิลา แห่งพระผู้ไถ่ของเราจะป้องกันเราให้มั่นคงปลอดภัย

    สมอเช่นนั้นจะป้องกันเราไม่ให้พลัดไปสู่อันตรายและความทุกข์ยาก แต่จะเปิดโอกาสอันรุ่งโรจน์ให้เราได้ชื่นชมความงามซึ่งหาที่เปรียบมิได้ของฉากชีวิตล้ำเลิศที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

    ชีวิตสวยงามและควรค่าที่จะดำเนินต่อไป ลม พายุ และกระแสน้ำอาจล่อลวงให้เราลอยไปสู่อันตรายทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่ข่าวสารพระกิตติคุณและพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของข่าวสารนั้นจะป้องกันเราระหว่างเดินทางกลับสู่ท่าอันปลอดภัยของพระบิดาบนสวรรค์ของเราดังนั้น ขอให้เราไม่เพียง ฟัง คำปราศรัยการประชุมใหญ่สามัญเดือนเมษายนเท่านั้น แต่ประยุกต์ใช้ ข่าวสารของการประชุมใหญ่ให้เป็นสมอที่ยึดไว้อย่างมั่นคงในชีวิตประจำวันของเราด้วยขอพระผู้เป็นเจ้าประทานพรและนำทางเราในความพยายามที่มีนัยสำคัญอันจำเป็นยิ่งนี้! 

    การสอนจากข่าวสารนี้

    พิจารณาการสนทนาถึงความสำคัญของสมอในสถานการณ์ของครอบครัวลีไฮขณะล่องเรือไปแผ่นดินที่สัญญาไว้ (ดู 1 นีไฟ 18) ท่านอาจยก 1 นีไฟ 18:11–15 ช่วงเวลาที่นีไฟถูกมัด เลียโฮนาหยุดทำงาน และเรือถูกพายุซัดอย่างรุนแรง เราได้รับผลอะไรบ้างเมื่อเราไม่ยึดพระกิตติคุณไว้อย่างมั่นคง ท่านอาจยก 1 นีไฟ 18:21–22 ด้วยเช่นกัน และสนทนาว่าเราจะพบความปลอดภัยโดยหันไปพึ่งพระผู้ช่วยให้รอดได้อย่างไร