การเก็บเกี่ยวของพระผู้เป็นเจ้า

    การเก็บเกี่ยวของพระผู้เป็นเจ้า

    สตรีผู้หนึ่งชื่อคริสตาเคยทำ งานให้บริษัทเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เธอรักงานที่ทำ งานนี้เป็นบ่อเกิดความพิศวงอย่างมากเมื่อเมล็ดเล็กกระจิริดแต่ละเมล็ดที่เธอขายสามารถแปรเปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่น่าอัศจรรย์ทีเดียว—ไม่ว่าจะเป็นแครอท กะหล่ำปลี หรือแม้กระทั่งต้นโอ๊คที่แข็งแกร่ง
    คริสตาชอบนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อรับคำ สั่งซื้อและตอบคำถาม แต่อยู่มาวันหนึ่งเธอได้รับคำ ร้องเรียนที่ทำ ให้เธองุนงง
    “เมล็ดพวกนี้ใช้ไม่ได้” ลูกค้ากล่าว “ผมซื้อไปเมื่อสองเดือนที่แล้วแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
    “คุณปลูกเมล็ดในดินดีพร้อมกับให้มันได้รับน้ำ และแสงแดดเพียงพอหรือเปล่าคะ” คริสตาถาม
    “เปล่า แต่ผมทำ ส่วนของผมแล้ว” ลูกค้าตอบ “ผมซื้อเมล็ดมา ไม่ว่าจะอย่างไร บริษัทก็ รับประกัน แล้วว่าเมล็ดจะงอก”
    “แต่คุณไม่ได้ปลูกมันใช่ไหมคะ”
    “ไม่อยู่แล้ว ทำ อย่างนั้นมือผมก็เปื้อนน่ะสิ”
    คริสตาคิดเรื่องนี้และตัดสินใจว่าจะต้องมีการเขียนคำ แนะนำในการเพาะเมล็ดขึ้นมา เธอตัดสินใจว่านี่คือคำ แนะนำ แรก “คุณต้องทำ ตามคำ แนะนำ ในการเพาะเพื่อให้เมล็ดงอก ห้ามนำ ไปวางบนหิ้งแล้วหวังให้เมล็ดเหล่านี้เติบโต”
    แต่ไม่นานก็มีคำ ร้องเรียนอีกอย่างหนึ่งตามมาซึ่งทำ ให้เธองุนงง
    “เมล็ดไม่เกิดผลอะไรเลย” ลูกค้ากล่าวอ้าง
    “คุณปลูกเมล็ดในดินดีหรือเปล่าคะ” คริสตาตอบ “คุณรดน้ำและให้มันได้รับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมไหมคะ”
    “ใช่” ลูกค้ายืนกราน “ผมทำ ทุกอย่างแล้ว—ตามที่บอกไว้ในฉลากไม่มีผิดเพี้ยน แต่ก็ไม่เกิดผลอะไร”
    “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือคะ เมล็ดงอกหรือเปล่าคะ”
    “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย” ลูกค้ากล่าว “ผมปลูกตามคำ แนะนำ ทุกอย่าง หวังว่าจะมีมะเขือเทศกินสำ หรับอาหารเย็น แต่ตอนนี้ผมผิดหวังมาก”
    “เดี๋ยวก่อนค่ะ” คริสตาตอบ “คุณกำ ลังบอกว่าคุณเพาะเมล็ดวันนี้หรือคะ”
    “อย่าพูดเป็นเล่นน่า” ลูกค้าตอบ “ผมปลูกไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ผมไม่ได้หวังจะได้เห็นลูกมะเขือเทศตั้งแต่วันแรกหรอกนะ ผมเป็นคนมีความอดทน จะบอกให้ก็ได้ว่าผมรดน้ำ และรอมาตั้งนานจนกระทั่งวันนี้”
    คริสตารู้เลยว่าเธอต้องเพิ่มคำ แนะนำ อีกข้อ นั่นคือ “เมล็ดเหล่านี้เป็นไปตามกฎชีววิทยา ถ้าคุณเพาะเมล็ดตอนเช้าและหวังจะได้รับประทานมะเขือเทศในสัปดาห์ต่อมา คุณจะผิดหวัง คุณต้องอดทนรอให้ทุกอย่างเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ”
    ทุกอย่างราบรื่นดีจนกระทั่งคริสตาได้รับคำ ร้องเรียนอีกครั้ง
    “ผมผิดหวังกับเมล็ดของคุณจริง ๆ” ลูกค้าเปิดประเด็น “ผมเพาะเมล็ดตามที่เขียนไว้บนซองทุกอย่าง รดน้ำ ให้รับแสงแดด และรอจนมันออกผลให้เก็บเกี่ยวในที่สุด”
    “ดูเหมือนคุณจะทำ ทุกอย่างถูกต้องแล้วนี่คะ” คริสตากล่าว
    “เรื่องพวกนั้นไม่มีอะไรหรอก” ลูกค้าตอบ “แต่สิ่งที่ผมได้นี่สิ มันคือซูกินี!”
    “บันทึกของดิฉันบอกว่ามันเป็นเมล็ดที่คุณสั่งนี่คะ” คริสตาพูด
    “แต่ผมไม่อยากได้ซูกีนี ผมอยากได้ฟักทอง!”
    “ดิฉันตามไม่ทันค่ะ”
    “ผมปลูกเมล็ดในแปลงฟักทอง—ดินเดียวกับที่ผมปลูกฟักทองปีที่แล้ว ผมยกย่องชื่นชมมันทุกวัน บอกมันว่ามันจะโตขึ้นมาเป็นฟักทองผลงาม แต่แทนที่มันจะออกผลเป็นฟักทองสีส้มลูกกลมโต ผมกลับได้ซูกินีสีเขียวลูกยาว ๆ เพียบเลย!”
    คริสตารู้เดี๋ยวนั้นว่าคำ แนะนำ ที่ให้อาจไม่เพียงพอ เธอจำ เป็นต้องระบุหลักการข้อหนึ่งลงไปด้วย นั่นคือ “เมล็ดที่ปลูกและระยะเวลาที่ปลูกคือสิ่งที่กำ หนดการเก็บเกี่ยวผลผลิต”

    กฎแห่งการเก็บเกี่ยว

    อัครสาวกเปาโลสอนเรื่องการเก็บเกี่ยวของพระผู้เป็นเจ้าดังนี้

    “อย่าหลงเลย ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น
    “คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของภาพประกอบโดย แอนดรูว์ แบนเนเกอร์ตน ก็จะเก็บเกี่ยวความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระ-วิญญาณ ก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น
    “อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำ ดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร” (กาลาเทีย 6:7–9)
    ในยุคปัจจุบัน พระเจ้าประทานปัญญาและข้อคิดเพิ่มเติมแก่เราในเรื่องกฎที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ข้อน
    “มีกฎ, ประกาศิตไว้ในสวรรค์อย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก่อนการวางรากฐานของโลกนี้, ซึ่งในนั้นทรงกำหนดพรไว้ทุกประการ—
    “และเมื่อเราได้รับพรประการใดจากพระผู้เป็นเจ้า,ย่อมเป็นไปเนื่องจากการเชื่อฟังกฎนั้นซึ่งในนั้นทรงกำหนดพรไว้.” (คพ. 130:20–21)
    เราหว่านสิ่งใด เราเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น
    การเก็บเกี่ยวของพระผู้เป็นเจ้าล้ำเลิศเกินความเข้าใจ สำ หรับผู้ที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ พรอันล้นเหลือของพระองค์จะมาใน “แบบยัดสั่นแน่นพูนล้น… เพราะว่าเมื่อท่านตวงให้ [พระองค์] เท่าไร ท่านก็จะได้รับการตวงกลับคืนไปเท่านั้นเช่นกัน” (ลูกา 6:38)
    เมล็ดบนแผ่นดินโลกต้องใช้ความพยายามและความอดทนฉันใด พรนานัปการจากสวรรค์ก็ฉันนั้น เราไม่สามารถวางศาสนาของเราไว้บนหิ้งแล้วหวังจะเก็บเกี่ยวพรทางวิญญาณ แต่หากเราปลูกและบำ รุงเลี้ยงมาตรฐานพระกิตติคุณในชีวิตประจำ วันของครอบครัว ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่บุตรธิดาของเราจะเติบโตให้ผลผลิตทางวิญญาณอันมีค่ายิ่งต่อพวกเขาและอนุชนรุ่นหลัง
    คำตอบของพระผู้เป็นเจ้าสำ หรับคำ สวดอ้อนวอนของเราไม่ได้มาโดยทันทีเสมอไป—บางครั้งดูเหมือนจะไม่มาเลยด้วยซ้ำ —แต่พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบว่าอะไรดีที่สุดสำ หรับบุตรธิดาของพระองค์ แน่นอนว่าวันหนึ่งเราจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น และในวันนั้นเราจะรับรู้ถึงคุณความดีและความเอื้ออาทรจากสวรรค์
    ระหว่างนั้น เป้าหมายของเราและปีติใหญ่หลวงของเราคือการเดินตามรอยพระบาทของพระอาจารย์และพระผู้ช่วยให้รอดของเรา รวมถึงการดำ เนินชีวิตที่ดีและบริสุทธิ์เพื่อที่คำ สัญญาและการเก็บเกี่ยวพรอันล้ำ ค่าของพระผู้เป็นเจ้าจะเป็นของเรา
    เราหว่านสิ่งใด เราเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น
    นั่นคือกฎแห่งสวรรค์
    นั่นคือกฎแห่งการเก็บเกี่ยวของพระผู้
    เป็นเจ้า

    การสอนจากข่าวสารนี้
    สนทนากับคนที่ท่านเยี่ยมว่ากฎแห่งการเก็บเกี่ยวของพระผู้เป็นเจ้าประยุกต์ใช้กับความสัมพันธ์ การเปลี่ยนใจเลื่อมใสและประจักษ์พยาน หรือเป้าหมายในงานอาชีพและการศึกษาอย่างไร ท่านอาจจะอ่านและพิจารณาข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับกฎนี้ เช่น สุภาษิต 11:18; 2 โครินธ์ 9:6; และ แอลมา 32 กระตุ้นพวกเขาให้ทบทวนเป้าหมายที่ผ่านมาและตั้งเป้าหมายใหม่เพื่อบรรลุผลอันชอบธรรม ช่วยพวกเขาสร้างแผนเพื่อนำ ไปปฏิบัติอย่างสม่ำ เสมอให้บรรลุจุดประสงค์ในระยะยาว