ข้ามการนำทางหลัก

พระองค์ทรงพระชนม์ – เพื่อเราจะมีชีวิต

เอ็ลเดอร์โรเบิร์ต เค. วิลเลียม

ขณะเดินทางเยี่ยมคณะเผยแผ่เมื่อปลายปีที่แล้ว ในช่วงค่ำวันพุธวันหนึ่ง ข้าพเจ้าพบกับบิดามารดาที่ซื่อสัตย์ของผู้สอนศาสนาคนใหม่ที่กำลังรับใช้ในคณะเผยแผ่นั้น  ในวันศุกร์ข้าพเจ้าพบกับผู้สอนศาสนาที่ยอดเยี่ยมคนนั้น  เขาเกิดในพันธสัญญาและได้รับการเลี้ยงดูในศาสนจักรโดยบิดามารดาผู้ประเสริฐ  เช้าตรู่วันเสาร์ ประธานคณะเผยแผ่แจ้งข้าพเจ้าว่าบิดาคนนั้นเสียชีวิตและมารดาบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถยนต์ในคืนก่อน

โดยได้รับอนุมัติจากฝ่ายประธานภาค  ประธานคณะเผยแผ่ประสานงานให้เอ็ลเดอร์หนุ่มคนนี้กับคู่ของเขาไปร่วมพิธีศพคุณพ่อของเขาในวันนั้น  ขณะจัดการเรื่องการเดินทางและรับมือกับข่าวร้ายนี้ เอ็ลเดอร์หนุ่มกล่าวว่า “ผมอยากเป็นผู้สอนศาสนา ผมจะกลับมาได้ไหมครับ”  คำถามและการกระทำในภายหลังของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาและความเด็ดเดี่ยวในการรุดหน้าด้วยศัทธาและรับใช้ต่อไป  สำหรับเขาแล้ว โดยมีศรัทธาในการฟื้นคืนชีวิตและศาสนพิธีการผนึกในพระวิหาร ความตายของบิดาเขาไม่ใช่จุดสิ้นสุด ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากที่คนในวัยหนุ่มสาวจะทนได้  แต่เขารู้ว่าบิดาของเขาไม่เป็นอะไรแล้ว และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ ครอบครัวพวกเขาจะได้อยู่รวมกันอีกครั้ง  หลังจากพิธีศพ เขารีบกลับไปทำงานสอนศาสนาทันทีและกำลังรับใช้ด้วยศรัทธาและความหวังที่อยู่ในข่าวสารพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูซึ่งเขาสอนอยู่ทุกวัน

เราแต่ละคนอาจถามว่า ฉันเชื่อในการฟื้นคืนชีวิตจริงหรือ  เมื่อเผชิญกับความตายของคนที่ฉันรักยิ่ง ฉันจะรู้สึกสิ้นหวังหรือเต็มไปด้วยความหวัง  ฉันจะรุดไปข้างหน้าด้วยศรัทธาอันแน่วแน่ในพระคริสต์หรือไม่  ฉันจะรู้สึกเหมือนเจคอบผู้ประกาศว่า “โอ้พระคุณความดีของพระผู้เป็นเจ้าของเราไร้ขอบเขตเพียงใด, ผู้ทรงเตรียมทางเพื่อการหนีของเราจากเงื้อมมือของอสูรร้ายผู้นี้; แท้จริงแล้ว, อสูรนั้น, ความตายและนรก, ซึ่งข้าพเจ้าเรียกว่าความตายของร่างกาย, และความตายของวิญญาณด้วย.”1

ในบรรดาถ้อยคำสำคัญและน่าปีติยินดีที่สุดจากพระคัมภีร์คือถ้อยคำที่เทพกล่าว ณ อุโมงค์อันว่างเปล่า “พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะทรงเป็นขึ้นมาแล้ว”2  ในประโยคเรียบง่ายนั้นเป็นการยืนยันถึงหลักคำสอนอันปลอบประโลมใจสองข้อที่เป็นศูนย์กลางต่อแผนแห่งความสุขของพระบิดาบนสวรรค์ของเรา ข้อแรก พระเยซูคริสต์คือพระสัตภาวะผู้ฟื้นคืนพระชนม์ซึ่งยังทรงพระชนม์อยู่ และสอง เพราะพระองค์ทรงพระชนม์ ดังนั้นเราทุกคนจะฟื้นคืนชีวิตและมีชีวิตอีกครั้ง

ระหว่างการปฏิบัติศาสนกิจของพระเยซู พระองค์ทรงสอนสานุศิษย์ว่าพระองค์จะถูกสังหารและจะฟื้นคืนพระชนม์อีกครั้งในวันที่สาม3  ถึงแม้พวกเขาจะได้ยินคำสอนนั้น แต่ก็ยากสำหรับสานุศิษย์บางคนที่จะเข้าใจถึงความเป็นจริงของการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู  พวกเขาเห็นพระเยซูทรงรักษาผู้ป่วยและชุบชีวิตคนตาย แต่หลังจากนั้นทุกอย่างดูเหมือนจะมาถึงจุดสิ้นสุดอันน่าเศร้าสลด  พระองค์ถูกตรึงกางเขน พระองค์ทรงจากไป

ถึงแม้หลังจากได้ยินประจักษ์พยานของอัครสาวกคนอื่นๆ ว่าพวกเขาเห็นพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์  แต่โธมัสไม่เชื่อจนกระทั่งเขาเห็นพระผู้ช่วยให้รอดและสัมผัสรอยแผลในพระหัตถ์และพระปรัศว์ของพระองค์  พระเยซูทรงสังเกตว่าโธมัสเชื่อเพราะเขาเห็น พระองค์จึงตรัสว่า “คนที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข”4

ขณะข้าพเจ้าร่วมพิธีศพ ข้าพเจ้าเห็นสีหน้าของผู้เป็นที่รักบ่งบอกความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งในการจากไปของบุคคลที่พวกเขารักยิ่ง  แต่ในขณะเดียวกันข้าพเจ้าสำนึกคุณที่เห็นความหวังท่ามกลางผู้ที่เข้าใจและเชื่อในแผนแห่งความสุข  บรรดาผู้ที่วางใจความเป็นจริงของการฟื้นคืนชีวิต ผู้ที่เชื่ออย่างแท้จริงว่าพระคริสต์ทรงชนะความตาย จะมีสันติสุข  พวกเขารู้ว่าการแยกจากบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งดูเหมือนยากเกินจะรับไหวนั้นเป็นเพียงชั่วคราว

ศรัทธาในพระบิดาบนสวรรค์และพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ และในความรักอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์พร้อมทั้งคำสัญญาอันแน่นอนที่ให้ความเข้มแข็งแก่เราในการรุดหน้าต่อไปในยามยากลำบาก  ระหว่างเดือนนี้เมื่อเราเฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์และการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด พระเยซูคริสต์ ขอให้เรามีศรัทธาในการกระทำแห่งความรักอันหาที่เปรียบมิได้นั้น  ขอให้เราพบการปลอบโยนจากความรู้ที่ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์อีกครั้ง  ขอให้เราวางใจในการฟื้นคืนชีวิตที่สัญญาไว้สำหรับทุกคนและในอำนาจแห่งการเยียวยา และการชำระอันเนื่องจากการชดใช้ซึ่งมีไว้สำหรับผู้ที่กลับใจ

ข้าพเจ้าขอเพิ่มเติมพยานของศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธว่า “และบัดนี้, หลังจากประจักษ์พยานจำนวนมากที่ให้ไว้ถึงพระองค์, นี่คือประจักษ์พยาน, สุดท้ายของทั้งหมด, ซึ่งเราให้ไว้ถึงพระองค์ : ว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ !”5 ข้าพเจ้าขอร่วมแสดงความสำนึกคุณถึงเหล่าอัครสาวกที่ยังมีชีวิตอยู่ผู้ประกาศว่า “เราสำนึกในพระกรุณาธิคุณแห่งพระผู้เป็นเจ้าสำหรับของประทานอันไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมได้จากพระบุตรแห่งสวรรค์ของพระองค์”6

อ้างอิง

1 2 นีไฟ 9:10

2 มัทธิว 28:6

3 ดู มัทธิว 16:21, ยอห์น 10:17

4 ดู ยอห์น 20:19-29

5 หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:22

6 “พระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์”